azen
azen
headpic(1)

ประจวบคีรีขันธ์

คือจังหวัดที่เป็นดังประตูบานใหญ่ที่เชื่อมระหว่างภาคกลางและภาคใต้ ตัวจังหวัดทอดตัวยาวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย ประจวบคีรีขันธ์ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางหลักในการเดินทางสู่ภาคใต้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยในปีนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ได้ชู “10 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามหัศจรรย์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ขึ้น ซึ่งทั้ง 10 สถานที่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือนเมืองประจวบฯ

klongwan

หาดคลองวาฬ

หาดคลองวาฬ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากตัวเมืองประจวบฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร อยู่เลยไปจากอ่าวมะนาว ก่อนถึงพิพิธสัตว์น้ำหว้ากอ เป็นชายหาดที่ติดกับอ่าวมะนาว มีคลองวาฬเชื่อมต่อกับทะเล สองฝั่งคลองเป็นป่าชายเลน บริเวณหาดคลองวาฬเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง 

หาดคลองวาฬเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอีกแห่งที่มีความสงบเงียบ มียาวประมาณ 4 กม. มีจุดเด่นที่น่าสนใจคือชุมชนรอบๆหาดคลองวาฬ ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในชุมชนได้ ที่บริเวณชายหาดยังมีสะพานปลาหรือท่าเรือประมง สามารถเดินไปชมวิถีชาวประมงได้ตลอดวัน สามารถเห็นเรือประมงจอดเทียบท่ามากมาย  ในช่วงเวลากลางคืนสามารถติดต่อเรือชาวบ้าน นั่งเรือไปตกปลา ตกหมึกกลางทะเล

1072723381672687748527205948634591130955511n

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ

หมู่บ้านหว้ากอ แห่งนี้เป็น โบราณสถานอิงประวัติศาสตร์ชาติ ไทย  เมื่อ ล้นเกล้า รัชกาลที่ ทรงทำนาย สุริยุปราคา ในวันที่  18 สิงหาคน 1868  ว่าจะเกิดที่หมู่บ้านแห่งนี้ โดยการพยากรณ์เกิดล่วงหน้าถึง 2 ปี โดยได้ทำนายว่า ปรากฏการณ์จะเกิดขึ้น ในช่วงสาย 10.04 นาฬิกา และเกิดเต็มดวงในเวลา 11.36 น. 20 วินาที  โดยกินเวลา 6 นาที 45 วินาที  และปรากฏการณ์จะเริ่มคลายตัวในช่วงบ่ายเวลา 3.16 น. 25 วินาที นับเป็นอัจฉริยะภาพทางดาราศาสตร์ที่หาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ในเวลานั้น  อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ แห่งนี้จึงเป็น อีกหนึ่งความทรงจำที่ ชาวไทยมีต่อ บูรพกษัตริย์ 

10

1

3

12

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์ มีพื้นที่จัดแสดงทั้งหมดประมาณ 3,600 ตารางเมตร ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการและจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่หลากหลายสมจริงตามระบบนิเวศของแหล่งน้ำทั้งแหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำกร่อย และทะเล สัมผัสกับมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ มีทั้งสีสันความสวยงามของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 6 ส่วน คือ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม, ส่วนจากขุนเขาสู่สายน้ำ, ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล, ส่วนเปิดโลกใต้ทะเล, ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและส่วนกิจกรรมปฏิบัติการ

สัมผัสกับมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ มีทั้งสีสันความสวยงามของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ คือ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม เป็นนิทรรศการประกอบด้วย อัศจรรย์โลกสีคราม การกำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก และแบบจำลองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล จำลองระบบนิเวศป่าชายเลนและหุ่นจำลองของสัตว์ต่างๆในระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แนวปะการัง ชมปลาเศรษฐกิจ สัตว์ทะเลมีพิษและเป็นอันตรายที่อาศัยอยู่บริเวณกองหิน ที่อาศัยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเล พันธุ์ปลาขนาดเล็กในแนวปะการังฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ชมดอกไม้ทะเลและปะการังนานาชนิดรวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างแปลกๆ, ส่วนเปิดโลกใต้ทะเล เป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ประกอบด้วย ตู้ปลาขนาดใหญ่(BigTank)และอุโมงค์ปลา (Tunnel) สามารถเดินลอดอุโมงค์ชมปลาขนาดใหญ่มากมาย อาทิ ฉลาม กระเบน นอกจากนั้นยังสามารถชมนักประดาน้ำให้อาหารสัตว์น้ำตามเวลาที่กำหนด มีความน่ารักเป็นอย่างมาก, ส่วนตัวอย่างสัตว์น้ำ จัดแสดงตัวอย่างสัตว์น้ำ พร้อมทั้งเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำชนิดต่างๆทั้งหมด 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฟองน้ำ กลุ่มปะการังและกัลป์ปังหา กลุ่มหอย กลุ่มครัสเตเชี่ยน กลุ่มเม่นทะเลและดาวทะเล และกลุ่มปลา

560000011391409

วัดคลองวาฬ  พระอารามหลวง 
"วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง" เป็นวัดงามอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบฯ เพียง 9 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากกองบิน 5 อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองประจวบฯ ตัววัดไม่มีหลักฐานปรากฏว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาก่อนที่จะเป็นเมืองคลองวาฬ

บริเวณวัดมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ แต่ที่สำคัญคือภายในวัดแห่งนี้ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามเป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ อยู่ภายในพระอุโบสถ ที่หลายๆ คนอาจยังไม่เคยมีโอกาสได้เข้าไปชม

wing5-4

wing5-3

wing5-2

wing5-1

กองบิน 5

กองบิน 5คงเป็นฐานทัพอากาศไม่กี่แห่งในโลก ที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน และเป็นเจ้าบ้านที่ดีเสมอมา   
ถึงแม้ อ่าวมะนาว จะเป็นจุดสนใจของ กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสมอ แต่ก็ยังมีไฮไลท์อื่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นคือ อุทยานประวัติศาสตร์ ที่ทำให้นึกถึง ฉากการสู้รบ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในครั้ง ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ที่ ประจวบคีรีขันธ์ และพยายามเข้ายึด ฐานทัพอากาศแห่งนี้ เป็นเหตุให้ วีรชนไทยพลีชีพพร้อมอริราชศัตรูจำนวนมาก 

manow1

อ่าวมะนาว

ชายหาดโค้งคล้ายผลมะนาว เป็นที่มีของชื่อ “อ่าวมะนาว” พื้นที่ชายหาดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ชายหาดอ่าวมะนาวยาวระดับน้ำค่อยๆ ลึกทีละไม่มาก คลื่นไม่แรง ร่มรื่นด้วยร่มเงาต้นสน ชายหาดสะอาด น้ำทะเลใส ทรายสีน้ำตาล นับว่าเป็นชายหาดที่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเลมาก
อ่าวมะนาว เป็นชายหาดยอดนิยมของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในเขตทหาร กองบิน 5 (ชื่อเดิมกองบิน 53) กองทัพอากาศ เป็นหาดสะอาด ธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศสงบ เหมาะแก่การเล่นน้ำ ตรงข้ามกับหาดเป็นเขาล้อมหมวก เมื่อน้ำลดจะเห็นเป็นสันทรายทอดยาวให้เดินไปเที่ยวชมได้ บริเวณชายหาดมีเตียงผ้าใบให้เช่าแต่มีไม่มาก หรือจะปูเสื่อนั่งเล่นริมชายหาดก็ได้ บนยอดเขาล้อมหมวกประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เชิงเขามีศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวกและเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์ค่างแว่น
อ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น ปัจจุบันภายในกองบินจะเห็น อนุสาวรีย์วีรชน รูปทหารอากาศในชุดนักบินยืนอยู่บนใบพัดเครื่องบินถือธงหันหน้าออกทะเลและยังมี อุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 5 โดยจะเห็นแท่งหินขนาดใหญ่แกะสลักจำลองฉากการต่อสู้ระหว่างกองทัพไทยกับญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาว ทุกปีมีการจัดงานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม 2484

lommuak

lommuak1

lommuak3

lommuak2

เขาล้อมหมวก / ค่างแว่น

เขาล้อมหมวก ตั้งอยู่ภายในเขตของ กองบิน 5 ติดกับอ่าวมะนาว เป็นภูเขาหินปูนที่อยู่ติดทะเลความสูง 300 เมตร มีจุดชมวิวบนยอดอันสวยงาม สามารถมองเห็นวิวได้ทั้งหมด 3 อ่าว  คือ อ่าวน้อย อ่าวประจวบ และ อ่าวมะนาว แบบ 360 องศา  รวมทั้งวิวของ อ่าวไทย ตัวเมืองประจวบ และ วนอุทยานเขาตาม่องล่าย การขึ้นไปยังเขาล้อมหมวกไม่ได้เปิดให้เที่ยวตลอดทั้งปี แต่เปิดให้เข้าชมเป็นช่วงเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญใครต้องการมาพิชิตเข้าล้อมหมวก ต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อม เพราะต้องเดินขึ้นไปยังภูเขาหิน มีช่วงไต่เชือกขึ้นไปยังยอดเขา เมื่อไปถึงจุดชมวิวด้านบนแล้วรับรองว่าได้ตื่นตากับวิวที่เห็นตรงหน้า คุ้มกับเหนื่อยที่ต้องปีนขึ้นไปอย่างแน่นอน 
พลาดไม่ได้ ที่ เขาล้อมหมวก แห่งนี้  แวะชม ค่างแว่น สัตว์ประจำถิ่น ตามธรรมชาติของขาล้อมหมวก มีนสัยเชื่อง และเป็นมิตร  ลูกที่เกิดใหม่จะมีขนสีขาว ก่อนที่จะเปลี่ยนสีเมื่อโตขึ้น  

chongkrajok11

DSC09009

khaochongkrajok5

DSC03473

เขาช่องกระจก

เขาช่องกระจกแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของเมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเต็มไปด้วยความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบคีรีขันธ์ที่ดีทีสุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งการเดินสู่เขาช่องกระจกนั้นจะมีบันไดคอนกรีต 396 ขั้น และระหว่างทางยังได้ทักทายลิงเสน ที่มักออกมาทำท่าซุกซนหยอกล้อกับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ

เขาช่องกระจก เป็นเขาลูกเล็กๆ ตั้งอยู่ริมอ่าวประจวบฯ ซึ่งเป็นจุดชมวิว 360 องศาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพประจวบคีรีขันธ์ และสามารถมองเห็นทะเลทั้ง 3 อ่าว คือ อ่าวน้อย อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ

aoiprajuab

prachuapbay

prachuapbay1

อ่าวประจวบ

อ่าวประจวบคีรีขันธ์ แห่งนี้คือเสน่ห์ชวนมองของเมืองประจวบฯ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะแนวอ่าวที่ทอดตัวยาวถึง 8 กิโลเมตร โดยเริ่มจากเขาตาม่องล่าย ด้านทิศเหนือตีเป็นวงโค้งไปจนจรดเขาล้อมหมวกทางด้านทิศใต้ และบริเวณอ่าวยังเต็มไปด้วยเกาะต่างๆ ที่ดูแปลกตา ที่ช่วยเติมเต็มให้บริเวณอ่าวน้อยกลายเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบฯ ที่งดงามมากแห่งหนึ่ง ชาวเมืองประจวบฯ จึงมักชวนกันมาเดินเล่นริมอ่าว บ้างออกกำลังกายยามแดดร่มลมตก จากอ่าวประจวบสามารถมองเห็นสะพานสราญวิถีที่ทอดยาวไปกลางทะเล  ไม่เพียงจะสนุกกับการถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้แล้ว ยังสามารถขับรถเที่ยวเลาะเลียบไปตามโค้งอ่าวน้อย ชมทัศนียภาพของทะเล และเรือประมงที่ทอดสมอเป็นทิวแถว

201711204db0ae485af4b3eecc703297fcb258e1104607

อ่าวน้อย
อ่าวน้อย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งใน 3 อ่าวของประจวบ ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงและเกษตรกรรม มีสะพานปลาเพื่อนำ กุ้ง หอย ปู ปลา และอาหารทะเลอื่นจากการทำประมง ขึ้นสู่ฝั่งนำมาขายให้กับพ่อค้า อ่าวน้อยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์โดยมีถนนเชื่อมต่อกันจากชายหาดอ่าวน้อยไปสู่ชายหาดอ่าวประจวบเป็นสถานที่นิยมในการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง การปั้นจักรยาน จากถนนเรียบชายหาดอ่าวน้อยไปสู่ชายหาดอ่าวประจวบซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก โดยสภาพพื้นที่ของอ่าวน้อยและอ่าวประจวบ เป็นอ่าวที่มีพื้นที่ติดกัน โดยมีภูเขาขั้นกลางระหว่างอ่าวทั้งสอง คือ ภูเขาตาม่องล่าย เขาตาม่องล่ายก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่ง
อ่าวน้อยมีหาดทรายขาว จึงเหมาะแก่การเดินเล่นริมชายหาด และบริเวณอ่าวน้อยเต็มไปด้วยเกาะต่างๆ ที่ดูแปลกตา จึงกลายเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบฯ ที่งดงามมากแห่งหนึ่ง

oldcity2

เขตเมืองเก่า ประจวบคีรีขันธ์
เมืองชายฝั่งประจวบ ถึงจะไม่มีหาดทอดยาวเหมือนเมืองชายฝั่งอื่นๆ  แต่เต็มไปด้วย เสน่ห์ทางกาลเวลา และกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ สถานที่ซึ่งเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ยกพลขึ้นบกของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงถนนและบ้านเรือนเก่าแก่อายุร้อยปีซึ่งยังคงอนุรักษ์บรรยากาศให้เสมือนว่าถูกหยุดเวลาไว้ตั้งแต่อดีต  ร่องรอยของประวัติศาสตร์เชิญชวนให้เดินชม  ได้ตั้งแต่  ประตูทางออก ฐานทัพอากาศ กองบิน 5 จนถึง เขาช่องกระจก 

walkingstreet

ถนนคนเดินประจวบ-2

ถนนคนเดินประจวบ-3

ถนนคนเดินประจวบ-4

ถนนคนเดิน  ประจวบคีรีขันธ์
ถนนคนเดินประจวบคีรีขันธ์ เป็นถนนคนเดินที่เปิดขายกันในวันศุกร์ และวันเสาร์ มีระยะทางให้เที่ยวชมประมาณ 500 เมตร มีของกินต่างๆ ทั้งของทะเล พืช ผัก สมุนไพร น้ำต่างๆ อาหารพื้นบ้าน สินค้าพื้นบ้าน เครื่องแต่งกาย ของฝากมากมาย เดินดูเดินชมได้ไม่เบื่อตลอดเวลาการเที่ยวชมถนนคนเดินประจวบฯ ในช่วงยามเย็นบรรยากาศจะดีมาก ลมพัดเย็น มีไฟติดตลอดทางเดิน ด้านล่างเป็นพื้นทรายของอ่าวประจวบฯ สามารถเดินเล่นริมทะเล แล้วซื้ออาหารมานั่งประทานอาหารได้ตามอัธยาศัย
ในช่วงยามเย็นบรรยากาศจะดีมาก ลมพัดเย็นสบาย ด้านล่างเป็นพื้นทรายของอ่าวประจวบฯ สามารถเดินเล่นริมทะเล แล้วซื้ออาหารมานั่งประทานอาหารได้ตามอัธยาศัย จึงทำให้คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาบริเวณถนนคนเดินประจวบฯ นอกจากนี้แล้วนักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิวสวย ๆ ของทะเลประจวบฯ วิวสวย ๆ ของเขากระจก และยังสามารถเดินเที่ยวชมวิถีคนประจวบฯ หาปลาบนสะพานปลาติดกับถนนคนเดินประจวบได้อีกด้วย
Ao-Noi-Temple-00

Ao-Noi-Temple-04

Ao-Noi-Temple-06

wataoinoi

ถ้ำพระนอน และ วัดอ่าวน้อย

วัดอ่าวน้อย หรือที่เรียกกันว่า วัดถ้ำพระนอน ตั้งอยู่ในบริเวณเชิงเขาของอ่าวน้อย ใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยความสวยงดงามของ วัดอ่าวน้อย นั้น ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลยค่ะ เพราะมีทั้ง โบสถ์ไม้สักทองทั้งหลัง ที่มีการออกแบบและฝีมือประณีตมากๆ รวมไปถึง ถ้ำพระนอน ที่มีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ รวมทั้งด้านบนยังสามารถชมวิวของท้องทะเลอ่าวประจวบได้อย่างสวยงามอีกด้วยค่ะ

 และไฮไลท์สำคัญของ วัดอ่าวน้อย อย่าง ถ้ำพระนอน นั้น ก็คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ ด้วยความที่ตั้งอยู่ภายในถ้ำ เราก็จะต้องเดินขึ้นบันไดไปชมกัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีค่ะ ในระหว่างทางนั้น ก็จะมีวิวทะเลจากมุมสูงให้ได้ชมกัน และมีจุดพักให้สำหรับคนที่ไม่ถนัดการเดินขึ้นเขา แต่จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องรีบเดินนะคะ เพราะวิวของทะเลด้านล่างสวยงามจนต้องหยุดพักและถ่ายรูปเก็บไว้เลยค่ะ

  พอมาถึงภายในถ้ำนั้น ก็จะเจอกับ พระพุทธไสยาสน์ ขนาดใหญ่ 2 องค์ประดิษฐานอยู่ ดูสวยงดงามอย่างมากเลย ภายในถ้ำนั้นจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่อากาศค่อนข้างเย็นสบายและปลอดโปร่งค่ะ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นถ้ำนี้เป็นสถานที่ที่ชาวเรือจะเข้ามาอาศัยหลบพายุฝนในช่วงมรสุม บอกเลยว่าที่นี่ถือว่าเป็นอีกไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การมาเยือนเลย

citypilla

ศาลหลักเมืองประจวบ
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ถนนสละอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ใกล้เชิงเขาช่องกระจก สร้างขึ้นด้วยรูปแบบศิลปะลพบุรี องค์หลักเมืองแกะสลักลวดลายประณีตสวยงามวิจิตรบรรจง โดยส่วนยอดแกะสลักเป็น4 พักตร์ 4 เศียร เป็นที่สักการะของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว เป็นศาลหลักเมืองที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งในเมืองไทย
 
องค์หลักเมืองแกะสลักลวดลายประณีตสวยงาม วิจิตรบรรจง ตามรูปแบบศิลปะลพบุรี ตามรูปแบบศิลปะลพบุรี เป็นหลักเมืองที่ได้ชื่อว่า สวยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

2021-07-18(1)

2021-07-18(2)

2021-07-18

ด่านสิงขร
ด่านสิงขร จุดนี้ยังเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยโดยวัดจากชายฝั่งทะเลจรดชายแดนไทย – พม่า ที่ด่านสิงขรระยะทางเพียง12 กิโลเมตรเท่านั้น ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย – พม่า ที่ด่านสิงขรมีตลาาดค้าขายชายแดน จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองทั้งของคนไทยและของพม่า นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและซื้อของฝากกลับบ้านได้ทุกวัน

huai-yangfalls03

huai-yangfalls05

huai-yangfalls06

huai-yangfalls07

น้ำตกห้วยยาง

 น้ำตกห้วยยาง ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามรวมถึงมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอีกด้วยค่ะ มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน โดยน้ำตกชั้นล่างจะเป็นน้ำตกขนาดเล็กๆ ธารน้ำจะไหลมาตามโขดหินสูง มีความสูงตั้งแต่ 2-5 เมตร ส่วนบริเวณน้ำตกที่สวยที่สุด จะอยู่ที่ชั้นที่ 5 เพราะจะสามารถมองเห็นสายน้ำตกจากผาสูงราว 15 เมตร ได้แบบงดงามมาก

 ส่วนในบริเวณชั้น 4 นั้น จะมีทางแยกเข้าสู่ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยมากๆ อีกแห่งด้วย จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ถึงชายทะเลอ่าวไทยนู้นเลย ซึ่งชั้นที่เหมาะกับการเล่นน้ำคือชั้น 3 และ ชั้น 5 ค่ะ แต่สำหรับชั้น 7 ชั้นสุดท้ายนั้น ถือว่าเป็นแหล่งน้ำบริสุทธิ์สำหรับที่นี่เลยค่ะ เพราะน้ำนั้นมาจากป่าโบราณบนยอดเขาหลวงที่ยังไม่มีการบุกรุกใดๆ 

ที่นี่นอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้แล้ว ดอกไม้ป่าและพืชพรรณธรรมชาติต่างๆ ก็มีมากมายหลายชนิดด้วยกัน และมีผีเสื้อบินไปมาให้เราได้เห็นกันอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี ปลาพลวง อาศัยอยู่ในน้ำตกที่จะได้เห็นกันตอนเล่นน้ำด้วย เพราะปลาเหล่านี้จะอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ตามแอ่งน้ำตกและลำธารที่มีน้ำไหลแรง

mrigadayavan-palace1194929934425

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น สำหรับดำเนินแปรพระราชฐานประทับพักผ่อนพระอิริยาบถและรักษาพระองค์ โดยรัชกาลที่ ๖ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมที่พระราชนิเวศน์ ๒ ครั้ง คือ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗ และ พ.ศ.๒๔๖๘ 
 
ก่อนที่จะมีการสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระยาแพทย์พงศาสุทธาธิบดี แพทย์หลวงประจำพระองค์ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาแนะนำให้ รัชกาลที่ ๖ ซึ่งทรงป่วยประชวรด้วยโรครูมาติซึ่ม เสด็จประทับ ณ สถานที่อากาศถ่ายเทสะดวกแถบชายทะเล ซึ่งขณะนั้น หัวหิน เป็นสถานที่ตากอากาศที่เริ่มได้รับความนิยม จึงทรงให้ กระทรวงทหารเรือ สำรวจหาทำเลที่เหมาะสมเพื่อสร้างพระราชวังฤดูร้อน

โดยครั้งแรกได้ดำเนินการสร้างพระราชวังแบบเรียบง่าย ที่ชายทะเลบริเวณ หาดเจ้าสำราญ แต่เนื่องจากพื้นที่กันดารและการเดินทางไม่สะดวก รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ จึงให้ เมืองเพชรบุรี สำรวจหาสถานที่และพบว่า ชายหาดในตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ (อยู่ระหว่างหาดเจ้าสำราญกับหัวหิน) มีทำเลที่เหมาะสม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนิกชาวอิตาเลียน เป็นผู้ออกแบบ ตามแบบที่กล่าวกันว่า ทรงร่างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง และพระราชทานนามว่า "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" 
 
สถาปัตยกรรมของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นแบบไทยประยุกต์(เรือนไทยผสมยุโรป) สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง เป็นอาคารเปิดโล่ง ๒ ชั้น ใต้ถุนสูง โดยแบ่งเป็นหมู่พระที่นั่งฯ ๓ องค์ มีอาคารประกอบรวม ๑๖ หลัง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงทางเดินคลุมหลังคา ประกอบด้วย
 
• หมู่พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ใช้เป็นสโมสรของข้าราชบริพารและข้าราชการ รัชกาลที่ ๖ ทรงใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมทั้งศาสนพิธี
• หมู่พระที่นั่งสมุทพิมาน เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ ๖ และเป็นส่วนของข้าราชบริพารฝ่ายชาย หรือฝ่ายหน้า
• หมู่พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี และเป็นเขตพระราชฐานฝ่ายใน

ข้อมูลอ้างอิง
Mgronline.com
Paidaykan.com
tourismthailand.org
talontiew.com
travel.mthai.com
thailanddee.com
visitorthailand.com
renown-travel.com
Wikipedia.org
Mgronline.com
Bangbirdtour.com
Sentangsedtee.com

https://www.youtube.com/watch?v=bY1PYMw8SLI
https://12go.asia/en/post/1288/off-the-beaten-track-at-waghor-aquarium
https://wikitravel.org/en/Prachuap_Khiri_Khan
https://247journey.in.th/

Picx3
Pic2
Pic3
Pic4